มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ประกาศจัดตั้ง 3 ศูนย์วิจัยระดับนานาชาติ ครอบคลุมศาสตร์ด้านแมลงและระบบนิเวศที่ยั่งยืน ชันโรง และวิทยาศาสตร์วัสดุฟังก์ชันขั้นสูง มุ่งพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของนักวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ และผลักดันองค์ความรู้สู่การยอมรับในระดับนานาชาติ

การสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนผลงานทางวิชาการ แต่ยังรวมถึงการพัฒนากลุ่มนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญให้สามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนำผลการวิจัยไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณจึงเดินหน้าส่งเสริมการรวมกลุ่มนักวิจัยและพัฒนาองค์กรวิจัยให้มีทิศทางที่ชัดเจน ผ่านการจัดตั้งศูนย์วิจัยระดับนานาชาติ 3 แห่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2572 ตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2569

ศูนย์วิจัยทั้ง 3 แห่ง มีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกับโจทย์สำคัญของโลกในปัจจุบัน ทั้งการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และการพัฒนาวัสดุขั้นสูงสำหรับเทคโนโลยีในอนาคต โดยมีรายละเอียดดังนี้
ศูนย์นานาชาติด้านวิทยาการแมลงและระบบนิเวศที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยทักษิณ (In-CISE-TSU)
ศูนย์นี้ดำเนินการหลักโดยอาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย เป็นหัวหน้าศูนย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล เป็นศูนย์ที่ศึกษาถึงแมลงซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ ทั้งการผสมเกสร การย่อยสลายอินทรียวัตถุ และการรักษาสมดุลของธรรมชาติ ขณะเดียวกันแมลงยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม การศึกษาวิทยาการแมลงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำแนกชนิดพันธุ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน


การจัดตั้งศูนย์วิจัยด้านนี้จึงเป็นโอกาสในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และระบบนิเวศ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อสร้างฐานความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการอนุรักษ์และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในอนาคต
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชันโรงนานาชาติ (GLOBEE Center)
ศูนย์นี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันกุศล ชนะสิทธิ์ เป็นหัวหน้าศูนย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งชันโรงเป็นแมลงผสมเกสรในกลุ่มผึ้งไม่มีเหล็กในที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ โดยเฉพาะการช่วยผสมเกสรพืชในธรรมชาติและพืชเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับการเกษตรและการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากชันโรง


องค์ความรู้ด้านชันโรงจึงมีความสำคัญทั้งในมิติของวิทยาศาสตร์ชีวภาพ การอนุรักษ์แมลงผสมเกสร และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การมีศูนย์วิจัยเฉพาะทางจะช่วยสนับสนุนการศึกษาชันโรงอย่างเป็นระบบ และเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา และการประยุกต์ใช้ทางการเกษตร เพื่อพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

ศูนย์วิทยาศาสตร์วัสดุฟังก์ชันขั้นสูง (CAFMS)
ศูนย์นี้ดำเนินการหลักโดย รองศาสตราจารย์ ดร.จักรี บุญละคร เป็นหัวหน้าศูนย์ สังกัดคณะศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์วัสดุฟังก์ชันขั้นสูงเป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาและพัฒนาวัสดุให้มีสมบัติเฉพาะตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสมบัติทางไฟฟ้า แม่เหล็ก แสง หรือการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นองค์ความรู้พื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ เทคโนโลยีพลังงาน และวัสดุอัจฉริยะ การจัดตั้งศูนย์วิจัยด้านวัสดุฟังก์ชันขั้นสูงจึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการพัฒนางานวิจัยเชิงลึกที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางฟิสิกส์ เคมี และวัสดุศาสตร์ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยต่างสาขา เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และขยายโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในอนาคต


ทั้ง 3 ศูนย์วิจัยมีกำหนดดำเนินงานเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2572 ภายใต้งบประมาณสนับสนุนรวม 5.8 ล้านบาท โดยมีสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ รับผิดชอบการเบิกจ่ายงบประมาณและติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนศูนย์วิจัยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
การจัดตั้งศูนย์วิจัยระดับนานาชาติทั้ง 3 แห่ง ยังสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยทักษิณ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2568–2572) ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพการวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่และสังคม ส่งเสริมการสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ตลอดจนสนับสนุนการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการรวมกลุ่มนักวิจัยและการพัฒนาศูนย์วิจัยเฉพาะทางเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบวิจัยของมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนามหาวิทยาลัยทักษิณสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ที่มุ่งนำความเชี่ยวชาญทางวิชาการและศักยภาพของนักวิจัยมาสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงการวิจัยตั้งแต่ระดับพื้นที่สู่เครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันให้ผลงานวิจัยเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การรวมตัวของนักวิจัยในรูปแบบศูนย์วิจัยเฉพาะทางยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบนิเวศวิจัย ตั้งแต่การสร้างกลุ่มวิจัยที่เข้มแข็ง การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสาขา การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้าง
..........................................
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ