มหาวิทยาลัยทักษิณเดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและความร่วมมือระดับนานาชาติด้านทรัพยากรน้ำพุร้อนจังหวัดพัทลุง ส่งมอบผลวิเคราะห์คุณภาพน้ำพุร้อนเขาชัยสนและน้ำพุร้อนโหล๊ะจังกระ ซึ่งผ่านการตรวจวิเคราะห์โดย Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในการวางแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนของจังหวัด ทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โชคชัย เหมือนมาศ ผู้รักษาการแทนรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ พร้อมคณะทำงาน เข้าพบ นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ พร้อมส่งมอบผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำพุร้อนทั้ง 2 แห่งอย่างเป็นทางการ

ผลการวิเคราะห์โดย KEEA ซึ่งดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกฎหมายว่าด้วยน้ำพุร้อนของประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะเฉพาะของแหล่งน้ำพุร้อนแต่ละพื้นที่
น้ำพุร้อนเขาชัยสน มีอุณหภูมิ ณ แหล่งประมาณ 52.6 องศาเซลเซียส ค่า pH 7.6 และมีองค์ประกอบเด่น ได้แก่ แคลเซียมและไบคาร์บอเนต โดย KEEA จัดประเภทเป็น น้ำพุร้อนธรรมดา (Plain Hot Spring) ชนิดไฮโปโทนิกและมีความเป็นด่างอ่อน (Weak-alkaline Hypotonic Hot Spring)

ขณะที่ น้ำพุร้อนโหล๊ะจังกระ มีอุณหภูมิ ณ แหล่งประมาณ 42.6 องศาเซลเซียส ค่า pH 8.9 มีโซเดียมและไบคาร์บอเนตเป็นองค์ประกอบสำคัญ รวมถึงพบกรดเมตาซิลิซิกและฟลูออไรด์ โดย KEEA จัดประเภทเป็น น้ำพุร้อนกำมะถันชนิดด่างอ่อน (Alkaline Simple Sulphur Hot Spring) และเป็นน้ำพุร้อนชนิดไฮโปโทนิก

ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในการทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของแหล่งน้ำพุร้อนทั้งสองแห่ง และสามารถนำไปประกอบการวางแผนพัฒนาให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน Health & Wellness Tourism การออกแบบระบบบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนการกำหนดมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ยังครอบคลุมองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์และข้อควรระวังในการแช่น้ำพุร้อนตามหลักเกณฑ์ของประเทศญี่ปุ่น เช่น การควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาในการแช่ รวมถึงข้อแนะนำสำหรับผู้สูงอายุ ผู้มีความดันโลหิตสูง และผู้มีโรคหัวใจ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบระบบบริการและมาตรการความปลอดภัยของแหล่งน้ำพุร้อนในอนาคต
การดำเนินงานครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มหาวิทยาลัยทักษิณ และ Kyushu Environmental Evaluation Association (KEEA) ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์นานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมทางน้ำและการพัฒนาภูมิภาค (International Centre on Water Environment with Regional Development: ICWERD) และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย “พัทลุงโมเดล : การจัดการความยากจนและการเลื่อนระดับสถานะทางสังคมด้วยการวิจัยและนวัตกรรมแบบข้ามศาสตร์” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณในการเชื่อมโยง งานวิจัย องค์ความรู้ระดับนานาชาติ และการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อสนับสนุนจังหวัดพัทลุงในการยกระดับทรัพยากรน้ำพุร้อนบนฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มุ่งสู่การพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเศรษฐกิจของจังหวัดพัทลุงอย่างยั่งยืน
............................................................................................
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ
ภาพ : สถาบันวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ